นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต โดยมี นายสรธรรม จินดา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ เข้าร่วม
การประชุมถึงการเตรียมความพร้อมการจัดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2553 ของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 20-21 พฤศจิกายน 2553 ณ สะพานท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง จังหวัดภูเก็ต
โดยรูปแบบของกิจกรรมในงานวันแรก ประกอบด้วย การแสดงของนักเรียนในโรงเรียนสังกัด อบจ.ภูเก็ต การแสดงของวงซุปเปอร์แดนซ์ การแสดงตลก อ่าง เถิดเทิง และศิลปินนักร้อง จิ้งหรีดขาว วงเทวัญ
ส่วนในวันที่สอง นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต จะเป็นประธานในพิธีเปิดงาน มีกิจกรรมตักบาตรอาหารแห้ง การแข่งขันเรือหางยาว การประกวดหนูน้อยและนางนพมาศ พร้อมมอบรางวัลสำหรับแก่ผู้ชนะการแข่งขันเรือหางยาว มีการแสดงของวงซุปเปอร์แดนซ์ และศิลปินนักร้อง เจี๊ยบ เบญจพร เป็นต้น
ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมงาน ประเพณีลอยกระทงประจำปี 2553 ในระหว่างวันที่ 20-21 พฤศจิกายน 2553 ณ ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ต.ฉลอง อ.เมือง จังหวัดภูเก็ต
ประเพณีวันลอยกระทง
วันลอยกระทง เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทย ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ตามปฏิทินจันทรคติล้านนา "มักจะ" ตกอยู่ในราวเดือนพฤศจิกายน ตามปฏิทินสุริยคติ ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนันทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป
ในวันลอยกระทง ผู้คนจะพากันทำ "กระทง" จากวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ตบแต่งเป็นรูปคล้ายดอกบัวบาน ปักธูปเทียน และนิยมตัดเล็บ เส้นผม หรือใส่เหรียญกษาปณ์ลงไปในกระทง แล้วนำไปลอยในสายน้ำ (ในพื้นที่ติดทะเล ก็นิยมลอยกระทงริมฝั่งทะเล) เชื่อว่าเป็นการลอยเคราะห์ไป นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการลอยกระทง เป็นการบูชาพระแม่คงคาด้วย
ประวัติความเป็นมาในประเทศไทย
พลุเฉลิมฉลองในเทศกาลวันลอยกระทงริมแม่น้ำเจ้าพระยาเดิมเชื่อกันว่าประเพณีลอยกระทงเริ่มมีมาแต่สมัยสุโขทัย ในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง โดยมีนางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ เป็นผู้ประดิษฐ์กระทงขึ้นครั้งแรก โดยแต่เดิมเรียกว่าพิธีจองเปรียง ที่ลอยเทียนประทีป และนางนพมาศได้นำดอกโคทม ซึ่งเป็นดอกบัวที่บานเฉพาะวันเพ็ญเดือนสิบสองมาใช้ใส่เทียนประทีป[ต้องการอ้างอิง] แต่ปัจจุบันมีหลักฐานว่าไม่น่าจะเก่ากว่าสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยอ้างอิงหลักฐานจากภาพจิตรกรรมการสร้างกระทงแบบต่างๆ ในสมัยรัชกาลที่ 3
ปัจจุบันวันลอยกระทงเป็นเทศกาลที่สำคัญของไทย ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาเที่ยวปีละมากๆ ทั้งนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวมักจะเป็นช่วงต้นฤดูหนาว และมีอากาศดี
ในวันลอยกระทง ยังนิยมจัดประกวดนางงาม เรียกว่า "นางนพมาศ"
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ เว็บไซต์วิกิพีเดีย
นำเสนอเรื่องราวทั่วไปเกี่ยวกับประเพณี เทศกาลและวันสำคัญต่างๆ เรื่องน่ารู้ น่าศึกษา ประจำท้องถิ่น ประจำภาค
วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2553
พุทธศาสนิกชนชาวภูเก็ตทำบุญตามวัดต่างๆ สืบสานประเพณีวันสารทเดือนสิบ
วันที่ 8 ต.ค.53 ซึ่งเป็นวันสารทใหญ่ งานประเพณีวันสารทเดือนสิบ ประจำปี 2553 บรรยากาศตามวัด และสำนักสงฆ์ต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ต คึกคักไปด้วยชาวบ้านที่เดินทางไปทำบุญ ในงานประเพณีวันสารทเดือนสิบ ประจำปี 2553 โดยชาวบ้านได้นำอาหารคาวหวานไปถวายพระ และร่วมกันตักบาตรข้าวสวย ทั้งนี้หลังจากพระฉันเพล เป็นที่เรียบร้อย ชาวบ้านก็จะร่วมกันชิงเปรต
การ ชิงเปรต เป็นประเพณีของภาคใต้ที่ทำกันในวันสารทเดือนสิบ เป็นประเพณีที่ดำรงอยู่บนความเชื่อของการนับถือผีบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้วหากยังมีบาปอยู่จะกลายเป็นเปรตในนรกปีหนึ่งจะถูกปล่อยให้มาเมืองมนุษย์ 15 วัน โดยมาในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 (ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 24 ก.ย.53) ซึ่งถือว่าเป็นวัน "รับเปรต" หรือวันสารทเล็ก ลูกหลานต้องเตรียมขนมมาเลี้ยงดูให้อิ่มหมีพีมันและฝากกลับเมืองเปรตในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 (ปีนี้ตรงกับวันที่ 8 ต.ค.53) นั่นคือวันส่งเปรตกลับคืนเมือง เรียกกันว่าวันสารทใหญ่
ผู้เฒ่าผู้แก่หลายคนได้ยืนยันว่าการชิงเปรตไม่เป็นความอัปมงคลแก่ผู้ชิงเปรตแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้ามกลับถือว่าเป็นการได้บุญเพราะเชื่อกันว่าลูกหลานของเปรตใดชิงได้ เปรตตนนั้นย่อมได้รับส่วนบุญนั้น การตั้งเปรตและชิงเปรตจะกระทำกันในวันยกหมฺรับไปวัด หลักๆ ก็จะเป็นขนมพอง ขนมลา ขนมดีซำ ขนมต้ม ขนมเทียน
นอกนี้จะมีผลไม้หรืออาหารแห้งอื่นๆ ที่บรรพบุรุษ ที่เป็นเปรตชอบไปวางรวมกันไว้บน "ร้านเปรต" หลังจากที่พระสงฆ์ได้ทำพิธีกรรมและกำลังฉันเพล ชาวบ้านก็จะออกมาตักบาตรข้าวสวยและเริ่มชิงเปรตกัน
การ ชิงเปรต เป็นประเพณีของภาคใต้ที่ทำกันในวันสารทเดือนสิบ เป็นประเพณีที่ดำรงอยู่บนความเชื่อของการนับถือผีบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้วหากยังมีบาปอยู่จะกลายเป็นเปรตในนรกปีหนึ่งจะถูกปล่อยให้มาเมืองมนุษย์ 15 วัน โดยมาในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 (ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 24 ก.ย.53) ซึ่งถือว่าเป็นวัน "รับเปรต" หรือวันสารทเล็ก ลูกหลานต้องเตรียมขนมมาเลี้ยงดูให้อิ่มหมีพีมันและฝากกลับเมืองเปรตในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 (ปีนี้ตรงกับวันที่ 8 ต.ค.53) นั่นคือวันส่งเปรตกลับคืนเมือง เรียกกันว่าวันสารทใหญ่
ผู้เฒ่าผู้แก่หลายคนได้ยืนยันว่าการชิงเปรตไม่เป็นความอัปมงคลแก่ผู้ชิงเปรตแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้ามกลับถือว่าเป็นการได้บุญเพราะเชื่อกันว่าลูกหลานของเปรตใดชิงได้ เปรตตนนั้นย่อมได้รับส่วนบุญนั้น การตั้งเปรตและชิงเปรตจะกระทำกันในวันยกหมฺรับไปวัด หลักๆ ก็จะเป็นขนมพอง ขนมลา ขนมดีซำ ขนมต้ม ขนมเทียน
นอกนี้จะมีผลไม้หรืออาหารแห้งอื่นๆ ที่บรรพบุรุษ ที่เป็นเปรตชอบไปวางรวมกันไว้บน "ร้านเปรต" หลังจากที่พระสงฆ์ได้ทำพิธีกรรมและกำลังฉันเพล ชาวบ้านก็จะออกมาตักบาตรข้าวสวยและเริ่มชิงเปรตกัน
ให้ดูกันเล่นๆ สีเสื้อไม่มีความหมายหรอก
รักกันไว้ตายแล้วจะได้มีคนกรวดน้ำไปให้
วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553
ประเพณีถือศีลกินผัก จ.ภูเก็ต ปี53 จัดยิ่งใหญ่ เฉลิมพระเกียรติในหลวง เริ่ม 8-16 ต.ค.นี้
วันที่ 21 กันยายน 2553 ณ ห้องประชุมศาลากลางหลังใหม่ จังหวัดภูเก็ต นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานประเพณีถือศีลกินผัก ประจำปี 2553 โดยมี นายทวิชาติ อินทรฤทธิ์ วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต นายประเสริฐ ฟักทองผล ประธานชมรมอ๊ามจังหวัดภูเก็ต กรรมการอ๊ามต่างๆ และหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญได้มีการการติดตามความก้าวหน้าของการเตรียมความพร้อมในการจัดงานประเพณีถือศีลกินผักของจังหวัดภูเก็ต ในส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องในการจัดงาน โดยติดตามในส่วนของการสนับสนุนกิจกรรมของศาลเจ้า ในการสนับสนุนข้าวสารตามศาลเจ้าต่างๆ ติดตามการจัดระบบจราจรและการรักษาความปลอดภัย การจัดหน่วยพยายบาล พร้อมเวชภัณฑ์ และบุคลากรทางการแพทย์ การควบคุมคนทรงเจ้า การประชาสัมพันธ์งานประเพณี การควบคุมการใช้ประทัด การควบคุมราคาสินค้า การรักษาความสะอาดตามท้องถนนและศาลเจ้า การสนับสนุนการจัดงานของ(สสส.) และติดตามการออกเยี่ยมศาลเจ้าต่างๆของผู้ว่าราชการจังหวัด
นายทวิชาติ กล่าวว่า การจัดงานประเพณีถือศีลกินผักของจังหวัดภูเก็ตประจำปี 2553 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-16 ตุลาคมนี้เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ได้มีการเตรียมความพร้อมของการจัดงานไปในระดับหนึ่ง ลักษณะการจัดงานจะคล้ายของเดิมจากปีที่ผ่านมา แต่ปีนี้จะมีการเพิ่มเติมในส่วนของพิธีการของการจัดงานขึ้น โดยจะมีพิธีเปิดงานประเพณีถือศีลกินผักจะจัดขึ้นก่อนวันงาน 1 วันคือในวันที่ 7 ตุลาคม 2553 เวลา 9.00น. ณ บริเวณมณฑลพิธีเวทีกลางสะพานหิน ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกของการจัดพิธีเปิด และในวันที่ 9 ตุลาคม 2553 เวลา 17.00 น. ณ บริเวณมณฑลพิธีเวทีกลางสะพานหิน มีพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงเจริญพระชนมพรรษา 83 พรรษา ซึ่งทางจังหวัดขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนนุ่งขาวห่มขาวร่วมกิจกรรมดังกล่าวข้างต้น
ด้านนายธีระยุทธ กล่าวว่า การจัดงานประเพณีถือศีลกินผักที่จะถึงนี้ต้องฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือ เนื่องจากปีนี้ในส่วนของราชการเข้ามามีบทบาทช่วยเหลือมากขึ้นกว่าที่ผ่านๆมาจึงฝากไปยังฝ่ายจราจรให้ช่วยควบคุมและวางแผนการระบายเส้นทางล่วงหน้าแก้ปัญหาจราจรติดขัด เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย นอกจากนี้ได้เน้นย้ำเรื่องของประทัดที่มีอันตรายโดยเฉพาะ ปิงปอง บ๊ะจ่าง และประทัดอื่นๆที่มีอันตราย ทางเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องมีการควบคุมดูแลเพื่อลดอันตรายและสิ่งรบกวนต่างๆที่จะเกิดขึ้น
สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญได้มีการการติดตามความก้าวหน้าของการเตรียมความพร้อมในการจัดงานประเพณีถือศีลกินผักของจังหวัดภูเก็ต ในส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องในการจัดงาน โดยติดตามในส่วนของการสนับสนุนกิจกรรมของศาลเจ้า ในการสนับสนุนข้าวสารตามศาลเจ้าต่างๆ ติดตามการจัดระบบจราจรและการรักษาความปลอดภัย การจัดหน่วยพยายบาล พร้อมเวชภัณฑ์ และบุคลากรทางการแพทย์ การควบคุมคนทรงเจ้า การประชาสัมพันธ์งานประเพณี การควบคุมการใช้ประทัด การควบคุมราคาสินค้า การรักษาความสะอาดตามท้องถนนและศาลเจ้า การสนับสนุนการจัดงานของ(สสส.) และติดตามการออกเยี่ยมศาลเจ้าต่างๆของผู้ว่าราชการจังหวัด
นายทวิชาติ กล่าวว่า การจัดงานประเพณีถือศีลกินผักของจังหวัดภูเก็ตประจำปี 2553 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-16 ตุลาคมนี้เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ได้มีการเตรียมความพร้อมของการจัดงานไปในระดับหนึ่ง ลักษณะการจัดงานจะคล้ายของเดิมจากปีที่ผ่านมา แต่ปีนี้จะมีการเพิ่มเติมในส่วนของพิธีการของการจัดงานขึ้น โดยจะมีพิธีเปิดงานประเพณีถือศีลกินผักจะจัดขึ้นก่อนวันงาน 1 วันคือในวันที่ 7 ตุลาคม 2553 เวลา 9.00น. ณ บริเวณมณฑลพิธีเวทีกลางสะพานหิน ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกของการจัดพิธีเปิด และในวันที่ 9 ตุลาคม 2553 เวลา 17.00 น. ณ บริเวณมณฑลพิธีเวทีกลางสะพานหิน มีพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงเจริญพระชนมพรรษา 83 พรรษา ซึ่งทางจังหวัดขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนนุ่งขาวห่มขาวร่วมกิจกรรมดังกล่าวข้างต้น
ด้านนายธีระยุทธ กล่าวว่า การจัดงานประเพณีถือศีลกินผักที่จะถึงนี้ต้องฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือ เนื่องจากปีนี้ในส่วนของราชการเข้ามามีบทบาทช่วยเหลือมากขึ้นกว่าที่ผ่านๆมาจึงฝากไปยังฝ่ายจราจรให้ช่วยควบคุมและวางแผนการระบายเส้นทางล่วงหน้าแก้ปัญหาจราจรติดขัด เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย นอกจากนี้ได้เน้นย้ำเรื่องของประทัดที่มีอันตรายโดยเฉพาะ ปิงปอง บ๊ะจ่าง และประทัดอื่นๆที่มีอันตราย ทางเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องมีการควบคุมดูแลเพื่อลดอันตรายและสิ่งรบกวนต่างๆที่จะเกิดขึ้น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



